

BPO (Business Process Outsourcing) และ Outsource เป็นรูปแบบการจ้างงานที่องค์กร IT นิยมใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แต่ทั้งสองรูปแบบมีแนวคิดและรูปแบบการบริหารจัดการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย BPO จะเป็นการจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาบริหารจัดการ “กระบวนการทำงาน” ทั้งหมด เช่น งาน HR, Call Center, IT Support, Data Entry หรือแม้แต่การพัฒนาระบบบางส่วน BPO ได้กลายเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่เหนือกว่าการ Outsource ทั่วไป โดยเฉพาะในบริบทของ องค์กร IT ที่ต้องการความคล่องตัวสูง การทำ BPO ไม่ใช่เพียงการจ้างใครสักคนมาช่วยทำงานเป็นครั้งคราว.ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือ BPO เน้นที่ "ผลลัพธ์ของกระบวนการ" (Process Outcome) มากกว่าแค่ "ชั่วโมงการทำงาน" ยกตัวอย่างเช่น หากองค์กรต้องการดูแลระบบ Customer Support แทนที่จะจ้างคนมานั่งตอบแชททีละคน (Outsource) องค์กรอาจเลือกใช้บริการ BPO เพื่อบริหารจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่เทคโนโลยีที่ใช้ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว
การเลือกใช้ BPO หรือ Outsource ไม่ได้มีคำตอบว่ารูปแบบใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์กร หากต้องการลดภาระการบริหารจัดการ BPO คือคำตอบ แต่หากองค์กรต้องการหาพนักงาน IT เพื่อขยายทีมและเร่งการทำงาน Outsource จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า และในปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มใช้รูปแบบ Hybrid คือใช้ทั้ง BPO และ Outsource ควบคู่กัน เพื่อแก้ปัญหาการหาพนักงาน และบริหารต้นทุนด้านบุคลากรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งองค์กรสามารถใช้แพลตฟอร์มอย่าง GigWerkz เพื่อช่วยในการหาพนักงาน IT ได้รวดเร็วขึ้น
การใช้ Outsource แตกต่างอย่างไรกับ BPO
ยุคปัจจุบัน การแยกแยะระหว่าง BPO (Business Process Outsourcing) และ Outsource คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณและเวลาได้มหาศาล โดยหลักการง่ายๆ คือ Outsource มักจะเป็นการจ้างงาน "รายโปรเจกต์" หรือ "รายบุคคล" เพื่อมาจัดการงานเฉพาะอย่าง (Task-based) แต่สำหรับ BPO นั้นคือการส่งมอบ "กระบวนการทางธุรกิจทั้งระบบ" (Process-based) ให้พาร์ทเนอร์เป็นคนดูแลทั้งหมด เช่น การดูแลระบบ Customer Support หรือระบบบัญชีทั้งแผนก โดยที่คุณไม่ต้องลงไปบริหารจัดการหน้างานเอง แต่รอตรวจรับผลลัพธ์ตามเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้ (SLA)
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือ BPO เน้นที่ "ประสิทธิภาพของกระบวนการ" ในระยะยาว ในขณะที่ Outsource เน้นความรวดเร็วในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งการที่องค์กร IT จะก้าวไปสู่จุดที่บริหารจัดการได้อย่างราบรื่นนั้น จำเป็นต้องมีรากฐานจากการเข้าถึง พนักงาน IT ที่มีศักยภาพสูง การวางแผน หาพนักงาน ผ่านผู้เชี่ยวชาญที่มีฐานข้อมูลเชิงลึกอย่าง Gigwerkz จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้คุณได้ทีมงานคุณภาพเข้ามาวางระบบก่อนจะตัดสินใจขยายตัวในรูปแบบอื่น ซึ่งเราจะไปดูกันว่าในมุมของความคล่องตัวนั้น การจ้างงานภายนอกแบบเฉพาะเจาะจงมีข้อดีอย่างไร
หากองค์กรต้องการเพิ่มพนักงาน IT เพื่อเสริมทีมและเร่งการทำงาน การใช้ Outsource จะเหมาะสมกว่า แต่หากองค์กรต้องการลดภาระการบริหารจัดการ และต้องการให้มีผู้รับผิดชอบงานทั้งระบบ การใช้ BPO จะตอบโจทย์มากกว่า และในยุคที่การแข่งขันด้านบุคลากรสูง องค์กรจำนวนมากใช้ทั้งสองรูปแบบเพื่อแก้ปัญหาการหาพนักงาน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพนักงาน IT โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องขยายทีมอย่างรวดเร็วและนี่คือเหตุผลที่องค์กรเริ่มใช้แพลตฟอร์มอย่าง Gigwerkz เพื่อช่วยหาพนักงานให้ได้เร็วขึ้น เพราะการหาพนักงานในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่อง HR แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขันขององค์กร